จัดงานแต่งในสวน ต้องเตรียมอะไรบ้าง ให้ทุกอย่างราบรื่น
สถานที่จัดงานแต่งงานในสวน เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่โรแมนติกที่สุด ล้อมรอบไปด้วยธรรมชาติ ต้นไม้ และดอกไม้ บรรยากาศอบอุ่น สดชื่น และดูเป็นกันเองสุดๆ แต่การจัดงานแต่งกลางแจ้ง ไม่ได้มีแค่เรื่องความสวย ต้องมีการเตรียมตัวให้ดี เพราะปัจจัยเรื่องอากาศ แสงแดด ลม หรือแม้แต่แมลง อาจเป็นสิ่งที่ต้องรับมือ
ถ้าแพลนไว้ว่า "อยากจัดงานแต่งในสวน" ลองมาดูเช็กลิสต์ว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง เพื่อให้งานออกมาสวย เป๊ะ และไม่มีสะดุด
1. เลือกสวนที่ชอบ และเช็กสภาพอากาศให้ดี
การเลือก สถานที่จัดงานแต่งงาน กลางสวน ควรดูทั้งความสวยงามและความสะดวกสบายของแขก เช่น มีพื้นที่ร่มเงาหรือไม่ มีทางเดินที่สะดวกไหม และต้องเช็กสภาพอากาศในช่วงวันแต่งงานให้ดี
สิ่งที่ต้องเช็กก่อนเลือกสถานที่
- สภาพอากาศในช่วงเดือนที่จัดงาน (ฤดูร้อนอาจร้อนเกินไป ฤดูฝนอาจเสี่ยงตก)
- มีแผนสำรองกรณีฝนตกไหม เช่น เต็นท์หรือสถานที่ในร่ม
- ระบบไฟฟ้าและปลั๊กไฟเพียงพอหรือเปล่า
- ห้องน้ำสะดวกหรือไม่ แขกสามารถเข้าถึงได้ง่าย
ถ้ากังวลเรื่องแดดแรง อาจเลือกช่วงเย็นหรือก่อนพระอาทิตย์ตก เพราะอากาศจะเย็นลง และแสงธรรมชาติกำลังสวย เหมาะกับการถ่ายรูปสุดๆ
2. คุมโทนการตกแต่งให้เข้ากับบรรยากาศ
งานแต่งในสวนมีเสน่ห์อยู่ที่ความเป็นธรรมชาติ ดังนั้น การตกแต่งไม่จำเป็นต้องเยอะ เน้นความเป็นมินิมอล หรือเลือกใช้ของที่เข้ากับบรรยากาศ เช่น ดอกไม้แห้ง ผ้าลินิน โคมไฟระย้า หรือไฟประดับวินเทจ
แนวตกแต่งยอดฮิตสำหรับงานแต่งในสวน
- Boho Chic ใช้ดอกไม้โทนอบอุ่น โต๊ะไม้ และพรมปูพื้น
- Rustic ใช้ของตกแต่งจากไม้ ผสมดอกไม้สีขาวและเขียว
- Minimal Elegant ใช้เฟอร์นิเจอร์เรียบง่าย และตกแต่งด้วยไฟนีออนสุดเก๋
สิ่งที่ต้องระวัง
- อย่าใช้ของตกแต่งที่ปลิวง่าย เช่น ผ้าบางๆ หรือดอกไม้ที่ไม่ทนแดด
- เช็กให้แน่ใจว่าโครงสร้างของซุ้มดอกไม้หรือเวทีแข็งแรงพอ
3. เลือกชุดแต่งงานที่เหมาะกับอากาศและสถานที่
ชุดเจ้าสาวสำหรับ งานแต่งในสวน ควรเป็นแบบที่สวมใส่สบาย ไม่รุงรัง และไม่ร้อนเกินไป เช่น ชุดผ้าลินิน ผ้าชีฟอง หรือผ้าลูกไม้โปร่ง ที่ให้ความรู้สึกพลิ้วไหวและเข้ากับบรรยากาศธรรมชาติ
ไอเดียชุดแต่งงานสำหรับงานสวน
- เดรสยาวแบบเปิดไหล่หรือแขนตุ๊กตา ให้ลุคเจ้าหญิงสายละมุน
- ชุดแต่งงานลูกไม้ทรง A-Line ใส่สบาย เดินสะดวก
- ชุดเจ้าบ่าวสีเอิร์ธโทน หรือชุดสูทลินิน ดูชิลแต่ยังคงความหรู
อย่าลืม
- เตรียมรองเท้าสำรองเผื่อเดินบนหญ้า (รองเท้าส้นตึก หรือส้นแบนเหมาะกว่า)
- ถ้าเป็นหน้าร้อน ควรมีพัดหรือร่มช่วยบังแดดสำหรับเจ้าสาว
4. อาหารและเครื่องดื่มที่เหมาะกับบรรยากาศเอาต์ดอร์
อาหารเป็นอีกเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ เพราะงานกลางแจ้งอาจทำให้บางเมนูเสียง่าย หรือไม่เหมาะกับอากาศร้อน ควรเลือก อาหารที่ทานง่าย และไม่ละลายเร็ว
เมนูที่เหมาะกับงานแต่งในสวน
- ค็อกเทลฟิงเกอร์ฟู้ด เช่น แซลมอนรมควัน มินิคานาเป้
- บุฟเฟ่ต์บาร์บีคิว เพิ่มความสนุกให้แขกได้เลือกเอง
- ขนมหวานที่ทนความร้อน เช่น มาการอง ทาร์ตผลไม้
- ม็อกเทลหรือค็อกเทลผลไม้สด ช่วยเพิ่มความสดชื่น
- น้ำสมุนไพรใส่น้ำแข็ง เช่น น้ำอัญชันมะนาว หรือชามะนาว
ข้อควรระวัง
- หลีกเลี่ยงอาหารที่เสียง่าย เช่น ครีมสด หรือช็อกโกแลตละลายเร็ว
- เช็กให้แน่ใจว่าเครื่องดื่มเย็นเพียงพอสำหรับแขก
5. แสงไฟและซาวด์เอฟเฟกต์สำหรับบรรยากาศยามค่ำคืน
หากงานจัดช่วงเย็นไปจนค่ำ แสงไฟ เป็นสิ่งที่ต้องวางแผนให้ดี เพราะมีผลทั้งกับบรรยากาศและภาพถ่ายงานแต่ง
ไอเดียไฟตกแต่งสำหรับงานแต่งในสวน
- ไฟ Fairy Light หรือไฟสตริงห้อยระย้า ให้บรรยากาศอบอุ่น
- โคมไฟแขวนต้นไม้ หรือโคมไฟแบบวินเทจ
- เทียน LED บนโต๊ะอาหาร สร้างความโรแมนติก
ระบบเสียงที่ต้องเตรียม
- เช็กให้แน่ใจว่ามีไมโครโฟนและลำโพงเพียงพอถ้าเป็นพื้นที่เปิดกว้าง
- ควรใช้ลำโพงหลายจุดเพื่อกระจายเสียง
6. วางแผนรับมือแมลง และสภาพอากาศแปรปรวน
งานกลางแจ้งอาจต้องรับมือกับแขกไม่ได้รับเชิญ เช่น แมลงยุง หรือฝนตกไม่คาดคิด
ป้องกันแมลง
- ตั้งจุดวางสเปรย์กันยุง หรือโลชั่นกันยุงให้แขก
- ใช้เทียนหอมตะไคร้ไล่แมลงตามจุดต่างๆ
แผนสำรองกรณีฝนตก
- เตรียมเต็นท์หรือศาลาสำหรับแขก
- มีร่มเผื่อแจกให้แขกถ้าฝนเริ่มลงเม็ด